The Key View my profile

Trip: Shizuoka 'n Tokyo I

posted on 06 Jan 2015 21:27 by the-key directory Lifestyle, Asian

I learned so many things there....

But the most important one was the thing I learned from U....


            แฮ่มๆ สวัสดีค่ะพี่น้องชาวexteenทุกคน วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นแบบเบลอๆค่ะ แฮ่...

            เรื่องของเรื่องคือ อย่างที่(บางคน)รู้ๆกันอยู่ว่าเคไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นมา1ปีค่ะ พอกลับมาก็เรียนๆ อยู่ดีๆก็รู้สึกคิดถึงเพื่อนขึ้นมาก็เลยวางแผนอยากไปเยี่ยมพวกนางค่ะ แล้วยิ่งปีนี้เพื่อนๆของเคอยู่ปี3(ม.6)กันแล้ว พอจบไปจะนัดเจอกันก็ยาก เลยไปตอนนี้ดีที่สุดค่ะ เริ่มคิดวางแผนตอนปลายสิงหา แล้วเดินทางปลายกันยาค่ะ

            สิ่งแรกที่คิดคือ เราอยากไปทำอะไรบ้าง สำหรับเคเองก็มี

  • เยี่ยมเพื่อน/โฮสต์ที่Shizuoka
  • เดินHarajuku (+ไปร้านจอห์นนี่ส์)
  • ซื้อพวกซีดี(ปกติเคซื้อTower Recordsค่ะ)
  • ไปAnimate

            แล้วก็วางแผนค่ะ ว่าจะไปกี่วัน ไปไหนบ้าง สรุปได้ว่า ไปชิสุโอกะ2คืน พาพ่อ-แม่ไปออนเซ็นอีก2คืน แล้วอยู่โตเกียวอีก5คืนค่ะ

 

ตั๋วเครื่องบิน

            เคจองตัวตอนต้นเดือนกันยาค่ะ คือประมาณ10วันก่อนบินเท่านั้นเอง... จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างแบบสุดๆ ถ้ารู้วันหรือกำหนดวันที่อยากไปได้แล้วแนะนำว่าให้จองเลยค่ะ เพราะหลายๆสายการบินจะมีโปรโมชั่นจนตั๋วไป-กลับอาจไม่ถึงหมื่น

            ส่วนสำหรับเคเอง เคจองช้ามากกกกก เพราะฉะนั้นพวกสายการบินโลว์คอร์สเองก็ใช่ว่าจะถูกแล้ว เช่นAir Asia ก็เริ่มที่ประมาณ13000บาท ส่วนการบินไทยก็16000 เคเลยเลือกการบินไทยค่ะ ราคานี้รวมทุกอย่างแล้ว กระเป๋าได้น้ำหนัก20กิโล (30สำหรับสมาชิกstar allianceค่ะ) แต่เป็นไฟลท์ที่บินเช้าค่ะ คือออกจากไทย7.35 ไปถึงนาริตะตอน15.45(ตามเวลาญี่ปุ่นค่ะ) ใช้เวลาบิน6ชม.นิดๆ ซึ่งจะถูกกว่าบินดึกแล้วไปถึงเช้าแบบที่เป็นที่นิยมค่ะ(จากที่เช็ครู้สึกจะ22000กว่าๆ)

 

ที่พัก

            เพราะจองตั๋วเครื่องบินไปแบบนั้นเลยต้องค้างที่โตเกียวก่อน1คืนค่ะ แล้วไปชิสุโอกะวันต่อไปแทน ไปชิสุโอกะ2วันแล้วย้อนกลับไปที่ฮาโกเนะอยู่อีก2คืนแล้วค่อยไปลัลล๊าต่อที่โตเกียวอีก5วันค่ะ

            คิดต่อเลยว่าอยากอยู่โรงแรมเกรดไหน โฮสเทล เกสต์เฮ้าส์ หรือกี่ดาว แล้วเอาเงื่อนไขนั้นๆไปหาในเว็บagoda ไม่ก็rakuten travel ซึ่งของเคเพราะแม่อยากอยู่โรงแรมกว้างๆ ดีๆหน่อยเลยเลือกพวกโรงแรมมีดาวหน่อยค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคนละเน้อ

 

เก็บของ

            คือ...สารภาพว่าไม่ได้เตรียมอะไรเลยค่ะ

            จะเดินทางวันที่18 พึ่งสอบเสร็จ16จ้าาาาา สอบเสร็จแล้วก็ไปลัลล๊า กลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้วเลยย้ายทุกอย่างไปทำวันที่17ค่ะ

            ช่วงเช้าก็ออกไปซื้อของฝากให้โฮสต์แฟมิลี่กับเพื่อนๆที่จะไปเยี่ยมแถวสยามค่ะ (แนะนำ ถ้าอยากได้แบบHi-endก็พารากอน ชั้นบนสุดจะมีส่วนหนึ่งที่จะขายพวกของฝากราคาแพงที่จะมีแต่ชาวต่างชาติดูกันน่ะค่ะ ส่วนถ้าอยากได้ถูกๆก็นู่นเลย MBKไม่ก็ใครจะไฟท์ก็เชิญจตุจักรค่ะ ฮรี่

            กลับมาถึงบ้านประมาณ3โมงก็เอาของที่ซื้อมายัดๆลงกระเป๋าไป //คือเกินครึ่งกระเป๋าอีกค่าาาา

            ส่วนเสื้อผ้าก็จัดดีๆ ถ้ามีช่องว่างตรงไหนก็พยายามยัดให้เต็มค่ะ เพราะเคใช้กระเป๋าเคสแข็ง ถ้าโดนกระแทกแล้วด้านในโล่งจะแตกเอาง่ายๆ

            สิ่งที่เอาไปก็มี

  • ชุดชั้นใน+ถุงเท้า ครบวัน =อย่างละ10
  • เสื้อ 4ตัว ซักเอาค่ะ ไม่งั้นก็ซื้อเพิ่ม เพราะยังไงๆขากลับก็ต้องหาอะไรมายัดกระเป๋าให้เต็มอยู่แล้ว
  • กางเกง 2ตัว +ใส่ไปอีก1 เอาเป็นยีนส์ธรรมดาๆค่ะ เพื่อประหยัดที่แล้วอยากสวยแข่งสาวญี่ปุ่นแค่ไหนก็ต้องยอมค่ะ5555
  • แจ๊กเก็ต 1 เป็นกึ่งๆแฟชั่นค่ะ เพราะเดือนกันยายังไม่หนาวเลยชิวๆ
  • ชุดนอน 2
  • พวกเครื่องใช้(แปรงฟัน ฯลฯ) แบกไปให้น้อยที่สุดค่ะ ไปซื้อที่นู่นเอา

 

ซื้อเน็ต

            ไปแบบนี้ แล้วยิ่งสำหรับเคเองยิ่งขาดไม่ได้เลยค่ะสำหรับ3g...เออ 4gนั่นแหล่ะ

            เคสั่งของb-mobileค่ะ เป็นเครือที่สัญญาณจะใช้สัญญาณของdocomoที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในญี่ปุ่น Traveler sim ราคาประมาณ4094เยน รวมภาษี ใช้ได้แต่เน็ตนะคะ โทรไม่ได้ แต่ข้อเสียของซิมแบบนี้คือต้องสั่งค่ะ ไปซื้อที่สนามบินหรือช็อปเลยไม่ได้

            เคซื้อก่อนเดินทางวันเดียวเลยให้ส่งไปที่โรงแรมค่า ไม่ได้ไปรับที่สนามบินเพราะต้องสั่งก่อน4วัน ในขณะที่โรงแรม(ในแถบคันโต-ชูบุ)จะใช้เวลาแค่2วันเท่านั้นเอง วิธีสั่งก็ง่ายๆคือไปที่เว็บของB-mobile (http://bmobile.ne.jp) แล้วกดตรงpurchase เลือกรูปแบบซิมค่ะ ซึ่งมี3แบบ

  • 1GB ใช้ได้14วันค่ะ โทรไม่ได้*** ประมาณ4000เยน
  • 14วัน ใช้ได้unlimited แต่จะช้าค่ะ (ประมาณEdgeบ้านเรา) ราคาเท่ากัน(4000)
  • 3GB 7วัน โทรได้60นาที 9000เยน

            เคเลือกแบบแรกค่ะ เลือกแล้วก็เลือกขนาดซิม (เคใช้Iphone5เลยเป็นnano sim) กับวิธีรับซิม (ส่งไปโรงแรม/บ้าน หรือไปรับที่สนามบิน)

            กดรับรู้ทั้งหมดข้างล่างแล้วกดnext กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่องนะคะ

            แล้วก็เยส!! เสร็จแล้ว! ไม่ยากใช่ม้า~

            ส่วนวิธีรับก็รอเคาน์เตอร์โรงแรมบอกค่ะ แล้วเราก็เซ็นรับพัสดุสวยๆง่ายๆ ส่วนวิธีรับที่สนามบิน...ไว้คราวหน้าเคจะลองดูนะคะ

            มีคนถามว่าทำไมไม่ใช้ตัวrouterพกพา ก็เป็นเพราะว่าเราไปกับพ่อแม่ค่ะ แล้วทีนี้จะมีหลายครั้งที่จะแยกกันเดิน เลยซื้อซิมใช้กันแทน เคกับแม่คนละอันอ่ะ

 

            โอเค นี้คือการเตรียมตัวขั้นbeforeค่ะ สำหรับเอนทรี่หน้าเจอกันเรื่องไปถึง-ชิสุโอกะค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet