The Key View my profile

EXPIV::Drabbles I

posted on 15 Dec 2014 21:20 by the-key directory Fiction, Lifestyle
This entry is participated in
 
 
นี่เป็นเอนทรี่รวมแดรบเบิ้ลและดับเบิ้ลแดรบเบิ้ลสั้นๆที่เขียนเอาไว้ทั้งหมดค่ะ
ซึ่งในคำนิยามของเรา(เอง) แดรบเบิ้ลก็คือแฟลชฟิคหรือนิยายสั้นๆขนาดประมาณ100คำค่ะซึ่งสำหรับฝรั่งหรือหลายๆชาติแล้วเค้าจะบังคับว่าให้100 แต่สำหรับยเคเองเคก็อนุโลมตัวเองค่ะ //ฮา
ส่วนดับเบิ้ลแดรบเบิ้ลก็ตามชื่อเลย เหมือนกัน แค่ขยับมาเป็นประมาณ200คำแทน
ซึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นเซ็ตนี้เป็นเหมือนOPVสตอรี่จากมุมมองของเจสซีค่ะ เพราะฉะนั้นก็มีเนื้อหาบางส่วนที่เจสคิดไปเอง/เป็นความเข้าใจของนางเองบ้าง
ถ้าอยากรู้เรื่อง/รู้เนื้อหาจริงๆสามารถอ่านได้ที่นี่ค่ะ
 
แดรบเบิ้ลในเซ็ตแรกนี้จะประกอบด้วยแดรบเบิ้ลจำนวน4เรื่องค่ะ
แบ่งเป็นเซ็ตอดีต(ดราม่า)จำนวน3เรื่อง
และอีกเรื่องเป็นสถานการณ์ประจำวันน่ะค่ะ
 
 
I.Gift

Jesse possibly means god’s gift in Hebrew which portrait love the child gets as an heir of the family…

ชื่อเจสซีในภาษาฮิบรูแปลว่าของขวัญของพระผู้เป็นเจ้า…

            ของขวัญอย่างนั้นเหรอ… ช่างน่าขำสิ้นดี

            สิ่งแรกที่ข้ามีในความทรงจำคือใบหน้านองน้ำตาของท่านแม่ ในระหว่างที่นางพร่ำบอกข้า

            ‘เจ้าไม่น่าเกิดมาเลย… เจ้าทำให้ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด’

            หรือแม้แต่เสียงครหาของเหล่าผู้คนรอบตัว เพราะท่านแม่ได้ชื่อว่าเป็นสาวงามที่ลือเลื่องด้านความเจ้าชู้ทำให้เหล่าญาติๆต่างว่ากันว่านางไม่ซื่อสัตย์ต่อพ่อของข้าบ้างล่ะ นางแอบคบชู้บ้างล่ะ หรือแม้แต่แท้จริงแล้วนางแต่งงานกับท่านพ่อเพื่อหวังทรัพย์บ้างก็มี

            ข้าเองก็ไม่อาจตอบได้ว่าทั้งหมดนั้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่ข้าเชื่อมั่นมาตลอดว่าอย่างน้อยนางก็มีความรับผิดชอบที่จะเลี้ยงดูบุตรของตัวเอง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงตายไปตั้งแต่ยังแบเบาะแล้ว

            แต่คำว่ารับผิดชอบไม่ได้แปลว่ารัก...

            ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งชื่อให้ แต่ว่าความหมายนั้นช่างราวกับตลกร้าย

            ของขวัญ...ที่ไม่เป็นที่ต้องการ มีคนให้มาแต่สุดท้ายก็ถูกทิ้งขว้างไป…
 
 
II.Eyes

            ดวงตาของข้าแปลกประหลาด…

            ใช่…

            ด้านหนึ่งเป็นสีน้ำตาลแดงเช่นท่านแม่ ในขณะที่อีกข้างกลับเป็นสีทองอ่อนที่ปัจจุบันไร้แวว…

            คำครหาต่อท่านแม่ยิ่งรุนแรงเมื่อข้าเกิดมา

            รากฐานของครอบครัวเราค่อยๆสั่นคลอนก่อนจะถล่มไม่เหลือชิ้นดีในตอนที่ท่านพ่อของข้าเสียชีวิตในเหตุการณ์จลาจลเล็กๆครั้งหนึ่ง

            ข้าเด็กเกินไปที่จะจดจำเหตุการณ์เหล่านี้ได้…

            ดวงตาของข้าเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของปีศาจร้าย…

            เป็นเหมือนตัวซวย เป็นเหมือนคำสาป…

            ถ้าตอนนั้นข้าไม่ได้เกิดมากับดวงตานี้จะดีกว่ารึเปล่า...
 
 
III.Family

            ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาข้าไม่เคยรับรู้ถึงความผูกพันของคำว่าครอบครัว...

            สิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่าครอบครัวที่ข้ามีคือตระกูลที่ท่านแม่แต่งเข้า หรือพูดอีกอย่างคือตระกูลของพ่อเลี้ยงของข้า ซึ่งข้าก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่ามันคือตระกูล บ้าน หรือแม้แต่ครอบครัวของข้า

            ทั้งที่ข้าเติบโตมาในฐานะนายน้อยของตระกูล แต่ก็เป็นแค่ลูกติดของภรรยา ดังนั้นสถานะของข้าก็เป็นแค่แกะดำที่ถูกดูหมิ่นจากทั้งคนทั่วไปรวมไปถึงคนรับใช้รอบตัว แต่ด้วยอายุที่เด็กเกินไปในตอนนั้นข้าเองก็ไม่สามารถจะตีความได้ว่าสายตาเหล่านั้นมีความหมายว่าอย่างไร จนครั้งสุดท้ายที่กลับไปเมื่อหลายปีก่อน ทุกอย่างก็สะท้อนออกมาชัดเจนจนไปอาจชัดไปกว่านั้นได้อีกแล้ว...

            ใช่...

            ข้าไม่เคยคิดว่าข้าจะมีโอกาสพบกับคำว่าครอบครัวอีกเลยหลังจากวันนั้น จนกระทั่งข้าเจอกับคนหลายๆคนที่ทำให้ข้าได้เรียนรู้

            ครอบครัวอาจไม่ต้องหมายความถึงสายเลือดหรือความสัมพันธ์ตามกฎหมาย...

            ครอบครัวอาจจะเป็นแค่คำนิยามหนึ่งที่ใช้เรียกความห่วงใยที่อยู่ลึกๆนั้นก็เป็นได้...
 
 
IV.Morning

            วันนี้ข้าตื่นเช้า…

            ข้าเองก็ไม่รู้ถึงเหตุผลว่าเหตุใดข้าจึงลุกขึ้นมาจากเตียงนอนอันแสนอุ่นสบายในเวลาเช้าขนาดนี้ ไม่กี่สิ่งที่ข้าสัมผัสได้คืออากาศที่หนาวเย็นลงมากเมื่อเทียบกับไม่กี่วันก่อนหน้าและความเงียบสงบอันหาได้ยากยิ่งของเรือ

            สาวเท้าขึ้นมาจนถึงดาดฟ้าข้าผ่านทั้งลูกเรือที่นอนระเกะระกะในบริเวณห้องเก็บของ รวมไปถึงยามเรือที่หลับยามอยู่ แต่ข้าก็ยังไม่อยากทำลายความสงบนี้จึงไม่ได้ลงมือปลุกเขา ได้แต่หมายหัวเอาไว้ลงโทษในตอนกลางวันเสียแทน

            อากาศที่เย็นลงปะทะกับท้องทะเลเกิดเป็นไอหมอกบางๆที่ปกคลุมไปทั่ว เกิดภาพมายาเหมือนม่านเป็นชั้นๆที่ปกปิดความลับของท้องทะเล

            ภาพมายาที่ล่อลวงคนนักต่อนักเข้าไปยังความอันตรายที่แฝงไว้ภายใต้ความสงบนั้นไม่ต่างจากความซับซ้อนของมนุษย์เรา…

            ข้าเหม่อมองฟ้าสีเทาก่อนจะหลับตาพริ้มลงช้าๆ สายลมที่พัดอ่อนๆทำให้ข้าผ่อนคลายลง

            ข้าสูญเสียครึ่งหนึ่งของแสงสว่างไป...

            แต่ว่าอีกครึ่งที่เหลืออยู่มันก็เกินพอแล้วที่จะทำให้ข้าได้เห็นโลกอันกว้างใหญ่ ได้พบเห็นแสงที่ไม่เคยพบมาก่อนและได้เจอกับเรื่องราวมากมายที่เป็นดั่งเทียนที่จุดต่อชีวิตให้กับข้า...
 
 
 
สำหรับDrabbleเซ็ตแรกนี้เป็นเซ็ตดราม่าค่ะ
เซ็ตต่อไปน่าจะเป็นDrabbleแก๊ก...
ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ //กอดดดดด
 
 

Comment

Comment:

Tweet